วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

แกงฮังเล


แกงฮังเล

        
แกงฮังเล
แกงฮังเลมี 2 ชนิด คือ แกงฮังเลม่าน และ แกงฮังเลเชียงแสน เชื่อกันว่าเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่า สำหรับแกงฮังเลเชียงแสนจะแตกต่างตรงที่มีถั่วฝักยาว มะเขือยาว พริกสด หน่อไม้ดอง งาขาวคั่ว เพิ่มเข้ามา และใช้เป็นส่วนผสมของแกงโฮะ ส่วนผสม
1. เนื้อสันคอหมู 300 กรัม
2. เนื้อหมูสามชั้น 200 กรัม
3. น้ำอ้อยป่น 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
5. ขิงซอย 1/2 ถ้วย
6. กระเทียม 1/2 ถ้วย
7. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
8. สับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ
9. ผงฮังเล 2 ช้อนโต๊ะ เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 7 เม็ด
2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
3. หอมแดง 3 หัว
4. กระเทียม 20 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. กะปิหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูสันคอและหมูสามชั้นเป็นชิ้น ขนาด 1.5 x 1.5 นิ้ว
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผสมเครื่องแกง ผงฮังเล สับปะรด และเนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
4. นำหมูที่หมักไว้มาตั้งไฟ ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนกว่าหมูตึงตัว เคี่ยวต่อ คอยเติมน้ำเรื่อยๆ จนหมูนิ่มได้ที่
5. ใส่น้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก ใส่กระเทียม และขิงซอย คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อ
6. ใส่ถั่วลิสงคั่ว พอเดือดสักพัก ปิดไฟ
เคล็ดลับในการปรุง การคั่วเครื่องแกง ใช้ไฟปานกลาง ใช้เนื้อกระท้อนแทนมะขามเปียกได้ ให้รสชาติเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม หมูสามชั้น ควรเลือกที่มันไม่หนาเกินไป หรือเลือกใช้ซี่โครงหมูแทน ก็ได้ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://library.cmu.ac.th สินค้าล้านนามากมายราคาย่อมเยาว์ให้เลือกสรรค์ กับที่นี่ "ล้านนาเวย์" www.lannaway.comwww.lannawaypro.comwww.lannaway.webiz.co.th

งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่


ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล

        
งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
เชิญร่วมงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล 2555 ระหว่างวันที่ 17 – 23 พฤษภาคม 2555 ประเพณีเข้าอินทขิล คือ การทำพิธีสักการบูชาเสาหลักเมืองเสาอินทขิล นอกจากจะเป็นเสาหลักเมือแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่และยังเป็นที่สักการบูชา ถือว่าเป็นที่รวมของวิญญาณ ของคนเมืองเหนือและบรรพบุรุษ จึงถูกยกย่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
เสาอินทขิล ซึ่งเป็นหลักเมืองของนครเชียงใหม่นี้ตั้งอยู่ภายในวัดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา ซึ่งเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย สร้างอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่มีความเชื่อว่า เมื่อสักการบูชาเสาอินทขิลแล้ว บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาตราบกระทั่งทุกวันนี้ สำหรับกำหนดงานพิธีบูชาเสาอินทขิลนี้ จะมีในช่วงปลายเดือน พฤษภาคม ของทุกปี ในวันประกอบพิธี พวกชาวบ้านชาวเมืองทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ และเด็ก ๆ จะเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะใส่ของที่เรียกว่า "สลุง" เอาน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานหรือสลุงไป "ทำการสระสรง" (สรงน้ำ) สักการบูชา ที่วัดเจดีย์หลวง ในระหว่างการ "บูชาเสาอินทขิล" ชาวบ้านจะจัดให้มี ซอพื้นเมืองและมีช่างฟ้อนประเภท ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ เพื่อเป็นการสังเวยเทพยดาอารักษ์ "ผีเสื้อบ้าน" และ "ผีเสื้อเมือง" หรือที่ภาษาทางเหนือโบราณ เรียกกันว่า "เจนบ้านเจนเมือง" การใส่ขันดอกไม้บูชาเสาอินทขิลนี้มีถึง 28 พานใหญ่ นับว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และยังมีขันดอกไม้บูชาท้าวทั้งสี่ คือ ท้าวจตุโลกบาลอีก 1 ที่ บูชารอบ ๆ เสาอินทขิล 8 แห่ง บูชาพระฤาษี 1 แห่ง บูชาตาปะขาวลั้วะ 1 แห่ง บูชาต้นไม้ยาง 1 แห่ง กุมภัณฑ์ 2 ตน ตนละแห่ง บูชาพระสังกัจจาย 2 แห่ง บูชาพระธาตุเจดีย์หลวง 1 แห่ง เสร็จจากใส่บาตรดอกไม้และบูชาดังกล่าวแล้ว ก็ไปสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า เพื่อขอบันดาลให้ฝนตกตลอดฤดู และบูชาพระอัฎฐารสภายในพระวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัว ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.lanna.mbu.ac.th สินค้าล้านนามากมายราคาย่อมเยาว์ให้เลือกสรรค์ กับที่นี่ "ล้านนาเวย์" www.lannaway.comwww.lannawaypro.comwww.lannaway.webiz.co.th

สวยดอกล้านนา ความศรัทธาในวิถีแห่งธรรม


สวยดอกล้านนา

        
สวยดอกล้านนา ความศรัทธาในวิถีแห่งธรรม
รศ.จารุนันท์ เชาวน์ดี อาจารย์ประจำสาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยเรื่อง "สวยดอกล้านนา" เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับที่มา ความเชื่อ รูปแบบ และความหมายของสวยดอกล้านนา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำเป็นตำราการสอนในวิชาหลักสูตร ท้องถิ่น เรื่องสวยดอกล้านนาของโรงเรียนต่างๆ ในภาคเหนือ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของล้านนา ให้แพร่หลาย และคงอยู่สืบไป การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้รู้ด้าน สวยดอกจำนวน 30 คน (Indepth Interview) และศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ
"สวยดอก" หรือ "กรวยดอกไม้" เกิดจากการใช้ใบตองหรือกระดาษม้วนขดเป็นกรวย เพื่อใส่ดอกไม้ ธูปเทียน เพื่อเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะดวกในการนำไปไหว้ หรือคารวะบูชา ผลการวิจัย ไม่ปรากฎที่มาสวยดอก แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการหลอมรวมทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างๆ ในอดีตที่มาอยู่รวมกันในล้านนา ทำให้เกิดการถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และไปสู่การสร้างเอกลักษณ์ ที่เกี่ยวกับวิถีแห่งวัฒนธรรม กอปรกับชาวล้านนามีความเลื่อมใสศรัทธา ในพุทธศาสนา ทำให้มีความเชื่อว่าดอกไม้ คือ พิธีกรรม ทั้งในประเพณี 12 เดือน และประเพณี ครั้งคราว เช่น การทำบุญ การนิมนต์พระ การเลี้ยงผี หรืองานศพ โดยเฉพาะงานศพมีการระบุถึงการใช้สวยดอกว่า ผู้ตายจะต้องพนมมือ และถือสวยดอกไว้ เพื่อนำดอกไม้ไปไหว้พระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์ สวยดอกจึงต้องทำอย่างประณีตบรรจง เพราะชาวล้านนามีความเชื่อว่าสิ่งของที่นำไปเป็นเครื่องสักการะบูชา จะต้องทำอย่างประณีตงดงาม การวิจัยยังศึกษาถึงรูปแบบต่างๆ ของสวยดอกและพบว่าการทำสวยดอกนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ สวยธรรมดา และสวยกาบ สวยธรรมดาเป็นสวยที่ม้วนและขดเป็นกรวยไม่ตกแต่งปากขอบ สวยชนิดนี้มักมี ขนาดเล็ก สูงประมาณ 3 นิ้ว กว้างประมาณ 1 นิ้ว เรียกว่า "สวยจิ้งหรีด" ทำเพื่อใช้ในปริมาณมากตามข้อปฏิบัติ ของพิธีกรรมเช่นสวยดอก 6 สวย หมายถึงการกราบไหว้ครูทั้ง 6 หรือทิศทั้ง 6 สวยดอก 12 สวย หมายถึง การกราบไหว้ 12 ราศี เป็นต้น ดังนั้นหากเครื่องไหว้ครูมีจำนวนมากการนำข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน มารวมกันจึงทำให้ง่ายขึ้น และยังใช้พื้นที่ในการวางดอกไม้ในพาน หรือขันที่ใส่เครื่องสักการะบูชาน้อยลง ส่วน สวยกาบ เป็นสวยดอกที่มีลักษณะคล้ายสวยจิ้งหรีด เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่า มีความสูงประมาณ 5-6 นิ้ว กว้างประมาณ 2 นิ้ว สวยกาบจะพับกลีบหรือกาบด้วยใบตองเป็นแบบต่างๆ กลัดติดด้วยไม้กลัดติดขอบปากสวย และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามลักษณะของรูปแบบการพับ หรือตั้งชื่อตามกลุ่มคนที่ทำในท้องถิ่นหรือเรียกตามกัน มาในอดีต การตั้งชื่อกาบส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ เช่น ดอกไม้หรือสัตว์ตามลักษณะรูปแบบกาบ เช่น กาบรูป ปากนกแก้ว มีลักษณะการพับกาบคล้ายปากนกแก้ว หรือกาบดอกจอกมีลักษณะการพับคล้ายดอกไม้ ยังมีการ พับกาบตามแนวคิดของท้องถิ่น เช่น กาบวีเจียงใหม่มีลักษณะคล้ายรูปพัด นอกจากนี้ยังค้นพบอีกว่าการพับกาบ ของสวยดอกจะพับกาบตามปีนักษัตรของล้านนา เนื่องจากการใช้สวยดอกแทนปีเกิดของตนเอง เมื่อนำไปสักการะ บูชา จะเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตนเอง เช่น กาบหูกระต่ายเป็นตัวแทนปีเถาะ กาบหูช้าง หรือกาบคัณฑราช เป็นตัวแทนปีกุญชรหรือช้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในปีนักษัตรของล้านนา หรือกาบพระเจ้านั่งเดิมเป็นกาบประจำปีม้า แต่เนื่องจากขาดการสืบทอดทำให้กาบสวยประจำราศีต่างๆ หายไป ดังนั้นจึควรมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หรือทำขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของงานสวยดอกไม้ให้แพร่หลายต่อไป ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : วารสารข่าวรอบสัปดาห์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฉบับที่ 25 ปีที่ 7 วันที่ 18-24 มิ.ย.55 "ล้านนาเวย์ "www.lannaway.comwww.lannawaypro.comwww.lannaway.webiz.co.th

กาดหมั้ว เชียงใหม่


กาดหมั้ว

        
"กาด" ถึงแม้จะเป็นเพียงคำสั้นๆ แต่คนทางภาคเหนือ โดยเฉพาะชาวล้านนา ได้พูดถึงกาดแล้วก็คงนึกถึง สิ่งของหลายอย่าง ทั้งของกิน ของใช้ ที่ทุกคนสามารถไปเลือกซื้อของได้ตามใจชอบ แต่ถ้าคนจากภาคอื่นๆ ได้ยินคำนี้ก็คงจะงงกันบ้าง เช่น "ไปแอ่วกาด" แต่ถึงอย่างไรก็ดีเสน่ห์ของคำว่ากาดก็ยังชวนให้คนในเที่ยวชม และซื้อสินค้ากันมาตั้งแต่ครั้งอดีต
ถ้าพูดถึงกาด หรือ ตลาด (ทางภาคกลาง) แล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านเคยเล่าให้ฟังว่า แตกต่างจากสมัยปัจจุบันมาก เนื่องจากกาดแต่ก่อนนั้นเป็นส่วนใหญ่ของที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายเป็นของกิน ของใช้ในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่ เช่น ผักต่างๆ เนื้อหมู ปลา ที่ผลิตและหาได้ในชุมชนของตัวเอง
ในปัจจุบันเราจะคุ้นกับคำว่า "กาดหมั้ว" อยู่พอสมควร  โดยเฉพาะงานที่เน้นเกี่ยวกับ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาล้านนา เอกลักษณ์ของกาดหมั้ว คือ จ้องแดง (ร่ม) แคร่สำหรับวางของแล้วก็เทียนไข (สำหรับกาดที่ขายในช่วงค่ำ) จะมีการนำข้าวของ อาหารพื้นบ้านล้านนามาขาย ซึ่งได้แก่ ข้าวซอย ขนมเส้น (ขนมจีน) ไข่ป่าม ข้าวจี่ ขนมวง ฯลฯ
ปัจจุบันกาดหมั้ว ยังคงมีให้เห็นกันบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก หลายครั้งที่เคยเข้าไปเดินดูของกินของใช้ในบริเวณกาดหมั้ว ทำให้นึกถึงบ้าน นึกถึงคำบอกเล่าพ่อแก่แม่เฒ่า ครั้งเมื่อยังมีชีวิตที่ท่านได้เล่าถึง "กาดล้านนา" เมื่อครั้งยังหนุ่มสาว แม้ว่าปัจจุบันกาดหมั้วอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เนื่องจากโลกเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ก็อาจมีผลทำให้บรรยากาศ ของกาดหมั้วเปลี่ยนตามไปด้วย แต่เสน่ห์ของกาดก็ชวนให้คนจำนวนไม่น้อยเข้ามาหาซื้อของได้อย่างไม่ขาดสาย
สำหรับใครที่ชื่นชอบ และต้องการชื่นชมบรรยากาศกาดหมั้ว คงต้องรอติดตามได้ตามงานวัฒนธรรม หรือติดตามข่าวสาร กิจกรรมทางวัฒนธรรมได้ทาง โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา http://www.lannawisdoms.com หรือ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) http://www.cmocity.com ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : วารสารพื้นบ้าน  ย่านเวียงเชียงใหม่ และโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา สินค้าล้านนามากมายราคาย่อมเยาว์ให้เลือกสรรค์ กับที่นี่ "ล้านนาเวย์" www.lannaway.comwww.lannawaypro.comwww.lannaway.webiz.co.th

ปอยส่างลอง สัมผัสประเพณีงดงาม…เสน่ห์ในอีกมุมหนึ่งของปาย


ปอยส่างลอง

        
ปอยส่างลอง สัมผัสประเพณีงดงาม…เสน่ห์ในอีกมุมหนึ่งของปาย
หากพูดถึง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลายคนคงนึกถึงเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะได้มีโอกาสได้สัมผัส ไอหมอกที่ห่มคลุมเมืองเล็กๆแห่งนี้ พร้อมกับนั่งจิบกาแฟหอมอร่อยในยามเช้า และใช้ชีวิตในบรรยากาศ โรแมนติคท่ามกลางขุนเขาและทุ่งนา แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า ฤดูร้อนที่ปายนั้น ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ฤดูอื่นๆ เลยเช่นกัน โดยเฉพาะเสน่ห์จากความงามของวิถีชีวิตและประเพณีของชาวไทยใหญ่ที่สะท้อนออกมาผ่าน ประเพณี "ปอยส่างลอง" ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้ไปพบเห็นและ ร่วมสัมผัสนั้น จะจดจำและประทับใจเสน่ห์ในอีกมุมหนึ่ง ของปายอย่างไม่รู้ลืมเลือน ประเพณีปอยส่างลอง หรือประเพณีบวชลูกแก้ว คือประเพณีการบวชเณรของเด็กๆที่มีเชื้อสายไทยใหญ่ ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมากว่าร้อยปี โดยก่อนการเข้าพิธีบวชนั้น "ส่างลอง" ซึ่งหมายถึงเด็กๆที่เตรียม จะบวชเป็นสามเณรทุกคน จะมีสถานะเป็นเหมือนเจ้าชาย โดยทั้งพ่อแม่และญาติพี่น้องจะนำผ้าหลากสีสัน มาตัดเป็นชุดสวยงาม พร้อมกับนำเครื่องประดับของตนเองมาให้ลูกสวมใส่ในพิธี และยังมีความเชื่อว่า ตลอดเวลาของพิธีปอยส่างลองนั้น เด็กๆที่จะบวชไม่สามารถเหยียบพื้นดินได้ จึงทำให้ต้องมี "ตะแป" หรือคนที่ให้เด็กๆขี่คออยู่ตลอดเวลา ประเพณีปอยส่างลอง จะจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆปิดเทอม และชาวไทยใหญ่ทุกคนว่างเว้นจากการทำนา มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ โดยระยะเวลาในการทำพิธีทั้งหมด จะใช้เวลาประมาณสามวัน โดยวันแรกจะเป็นการ"รับส่างลอง" โดยจะมีการแห่ขบวนส่างลองไปไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้พระพุทธรูปตามวัดต่างๆในพื้นที่ และแวะบ้านญาติพี่น้องเพื่อกราบขอขมา ส่วนวันที่สองจะเป็นวันเฉลิมฉลอง โดยจะมีการแห่ขบวนส่างลองอย่างยิ่งใหญ่ไปรอบเมืองตลอดทั้งวัน และวันสุดท้ายจะเป็นการนำส่างลอง เข้าพิธีบวชสามเณรที่วัดหลักของเมือง ก่อนจะแยกย้ายกันไปจำวัดในวัดต่างๆที่ใกล้บ้านของแต่ล่ะคนต่อไป นอกจากการชื่นชมความงามของชบวนแห่ที่งดงามของประเพณีปอยส่างลอง สิ่งสำคัญที่ทุกคนจะได้สัมผัส ก็คือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยใหญ่ ซึ่งในช่วงประเพณีปอยส่างลอง ชาวไทยใหญ่ทุกคนจะแต่งกาย ในแบบพม่า มีการประกอบอาหารท้องถิ่นหลากหลายชนิดเพื่อเลี้ยงดูผู้ที่มาร่วมงานทุกคน และบ้านทุกบ้าน ของชาวไทยใหญ่จะเปิดต้อนรับทุกคนที่ผ่านไปมา การได้นั่งลงพูดคุยกับผู้คนในท้องถิ่น หรือแม้แต่การมอบ รอยยิ้มให้แก่กัน นี้คือเสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองปาย เสน่ห์ที่ก่อให้เกิดความตระหนักในการรักษาวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมเหล่านี้เอาไว้ ไม่ให้ถูกเปลี่ยนแปลง ไปตามวัฒนธรรมจากโลกภายนอกที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในเมืองปายอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ปายยังคงเสน่ห์เช่นนี้ เอาไว้ให้ทุกคนได้สัมผัส และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนในท้องถิ่นอย่างมีความเข้าใจกันตลอดไป... ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://travel.sanook.com สินค้าล้านนามากมายราคาย่อมเยาว์ให้เลือกสรรค์ กับที่นี่ "ล้านนาเวย์" www.lannaway.comwww.lannawaypro.comwww.lannaway.webiz.co.th